unyarat's profile. . a o m . . space inva...PhotosBlogListsMore Tools Help

. . a o m . . space invader

unyarat

แวะพักตามที่ต่างๆ แล้วค่อยไปต่อ
Cats  
Photo 1 of 21

Horoscopes

Loading...
March 15

man utd 1-4 liverpool

สะใจ



September 10

Federer กับ มืออันดับ 2 และ การนับคะแนนอันดับนักเทนนิส


แชมป์แล้วจ้า เป็นแกรนสแลมรายการเดียวของโรเจอร์ เฟดเดอร์เรอร์ในปีนี้
แต่ ... พี่เฟดก็ยังคงต้องเป็นมืออันดับ 2 ของโลกต่อไป ไม่มีคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น
เพราะปีที่แล้วเป็นแชมป์ ปีนี้เป็นแชมป์อีกเลยถือว่าทำดีเสมอตัว (ในกรณีที่ปีนี้ไม่ได้แชมป์ เฮียเฟดจะโดนตัดแต้มด้วย)
ทีนี้ก็งงอ่ะดิ ว่าทำไมเทนนิสเขาถึงนับคะแนนกันแปลกๆ
ก็ให้ไปเจอกระทู้ในพันทิพ เขาคุยกันเรื่องนี้ ความรู้เน้นๆ

หลักการง่ายๆในการคำนวนอันดับคือ คะแนน 52 สัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 18 รายการ
ประกอบไปด้วย Mandatory (รายการบังคับ) 13 รายการ ได้แก่ 4 slam และ 9 Master
และ คะแนนอีก 5 รายการที่ดีที่สุด
(นั่นคือเล่นเกิน 18 รายการได้ แต่นอกจากรายการบังคับแล้ว รายการอื่นๆจะเอาแค่คะแนนที่ดีที่สุด 5 รายการเท่านั้น เล่นมากไม่ได้แปลว่าได้คะแนนมากเสมอไป แต่แปลว่ามีโอกาสที่จะได้คะแนนมากครับ)

แล้วทีนี้มันคือการแสดง อันดับของคะแนนที่ดีที่สุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา
คะแนนสัปดาห์นี้เล่นได้เท่าไหร่ ก็ไปหักคะแนนสัปดาห์นี้ในปีที่แล้วออก
เช่น คะแนนในสัปดาห์ที่ 24 ของปี 2008 ถ้าใส่เข้ามา ก็ไปเอาคะแนนของสัปดาห์ 24 ของปี 2007 ออก ไม่งั้นมันจะเกิน 52 สัปดาห์ ถ้าไม่มีอะไรไปรบกวนตารางการแข่งขัน (ปีนี้คือมีโอลิมปิคทำให้ตารางรวนไปหน่อย) คิดง่ายๆคือ คะแนนรายการไหนใส่เข้ามา ก็เอาคะแนนรายการนั้นในปีที่แล้วออกไปครับ

คะแนนป้องกันคืออะไร หมายความว่า ถ้าลงแข่งรายการไหน แล้วไม่ต้องการให้คะแนนลดลงไป ก็จะต้องทำคะแนนให้ได้เท่าปีที่แล้วเป็นอย่างน้อย

เช่น ปีที่แล้วแข่ง US Open ได้แชมป์ ได้ไป 1000 คะแนน ถ้าปีนี้ไม่แข่ง คะแนนก็จะหักออกไป 1000 คะแนน (ตามหลักการคิดคะแนน 52 สัปดาห์) ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้คะแนนหายไป ก็จะต้องได้แชมป์เท่านั้น

นั่นหมายความว่า ถ้าคุณได้แชมป์ทุกรายการที่ลงแข่ง คุณก็จะไม่มีทางทำคะแนนได้มากกว่าปีที่ผ่านมา (เพราะนั่นคือคะแนนสูงสุดที่คนนึงจะทำได้แล้ว) ได้แต่รักษาไม่ให้น้อยลงไป หรือน้อยลงไปให้น้อยที่สุด

แล้วทีนี้ถ้าเทียบเฟดกับนาดาลในปีนี้ เพราะเฟดมีแต่คะแนนป้องกันเหรอ พอได้แค่แชมป์ แล้วคะแนนน้อยกว่านาดาล
ต้อง ตอบว่าไม่ใช่ เพราะผลรวม 52 สัปดาห์ของนาดาลสูงกว่าเฟด (ทั้งคู่คิดบนหลักเดียวกัน คะแนนปีนี้ไม่เกี่ยวคะแนนปีที่แล้ว) ที่นาดาลห่างเป็น 1000 แต้มเพราะว่าผลงานดีกว่ามากๆ โดยเฉพาะรายการใหญ่

นาดาล 2 slam > เฟด 1 slam
1 ทองโอลิมปิค > ไม่ได้ซักเหรียญ (ทองชายคู่ไม่นับคะแนนเดี่ยว)
และ master series ที่นาดาลก็ได้มากกว่าเฟด

งั้นถ้าถามต่อว่าแล้วทำไมใช่แค่ 52 สัปดาห์

ง่ายที่สุดก็คือ เราจะวัดอะไร เราจะต้องมีตัวชี้วัดตัวหนึ่งใช่รึเปล่าครับ
อันดับนักเทนนิสในที่นี้ใช้ผลงานรอบ 1 ปีเป็นตัวชี้วัด

แล้วทำไมใช้รอบ 1 ปีล่ะ
ก็เพราะว่ามันครบรอบ 1 ฤดูกาลพอดีครับ

ถ้างั้นก็สรุปได้ว่า อันดับคะแนนนักเทนนิสหมายถึง อันดับคะแนนของนักเทนนิสที่ดีที่สุดในฤดูกาลนั้นๆ

โดย ในฤดูกาล 2008 จนถึงปัจจุบัน (ยังไม่ปิดฤดู ยังไม่สรุป ถ้าจะดูสรุปต้องดูอันดับตอนปิดปีหลังแข่ง master cup) นาดาลทำผลงานได้ดีที่สุดครับ

จากคุณ : Holden Caulfield
http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S6980235/S6980235.html


ก่อนจากกันวันนี้
ลาด้วยภาพเข้มๆ ของหนูเซเรน่า วิลเลียมส์ เจ้าของแชมป์หญิงเดี่ยว US Open ปีนี้ 





September 06

The winner takes it all

เซ็งเล็กน้อย สองนักเทนนิสสาวรัสเซียที่ตามเชียร์ู่ใน US Open ปีนี้ จับมือกันตกรอบรองชนะเลิศจนได้

ไม่ได้ดูถ่ายทอดสด แต่ข่าวเล่าว่าในคอร์ทลมค่อนข้างแีรง ทำให้ Dementieva กับ Safina ตีลำบาก

แหม จะโทษลมก็คงไม่ถูก ถ้าลมมันแรง มันก็แรงทั้งคอร์ทแหละว้า ไม่ได้ตั้งใจมาแรงเพื่อช่วยใครหรอก

Dementieva จ๋า ช่วยไปซ้อมลูกเสิร์ฟให้เยอะๆ เลยนะ ปีนี้ทำได้ดีแล้ว ปีหน้าขอแชมป์ตั้งแต่ที่ออสเตรเลียเลยนะจ๊ะ

หนู Safina เอ้ย อย่าเอาอย่างพี่มารัสนะลูก คุมอารมณ์หน่อยเน้อ

นี่ยังดีนะ น้องนก สาวเยาวชนไทยได้แชมป์หญิงคู่ us open มาด้วย เก่งจริงๆ เล้ย!

ตอนนี้เหลือชายเดี่ยวที่ยังรอเชียร์อยู่

เมอร์เรย์ หนุ่มสก๊อต จะชนะนาดาลได้หรือเปล่า (อืมมม คงยาก)

พ่อหนุ่มเฟดเดอเรอร์ ต้องทะลุให้ถึงรอบชิงนะ สู้ๆ

ปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดของ แอนดี้ ร็อดดิก หลังจากถูกถามว่ามีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับฟอร์มแย่ๆ ในปีนี้ของโรเจอร์

"You guys are brutal. Absolutely brutal. The guy has only made two Grand Slam finals this year. I would love his bad year. I would love it." Andy Roddick chips in with his view of Federer's 'bad' year.

August 25

Olympics Theme Song: Give me one moment in time ...

ปกติเวลามีมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ เราก็มักจะรอฟังเพลงธีมหลักของการแข่งขัน โอลิมปิคปักกิ่งเกมส์ปีนี้ก็เหมือนกัน เพลงท่อนฮุคก็ฟังสนุกดี แต่นอกนั้น "หว่อ-ปู้-จื๊อ-เต้า" (ฉันไม่เข้าใจ) อั้วะฟางม่ายลู้เรื่องงงงง ... "1 2 3 4 เป่ยจิง เป่ยจิง หว่ออ้ายเป่ยจิง ถั่วงา ถั่วงา ถั่วงา ถั่วงา ฯลฯ" ... ฮ่วย มันร้องอะไรของมันฟระ

พอฟังเพลงธีมปักกิ่งเกมส์ไม่ออก ใจมันเลยพาลหวนคิดไปถึงเพลงโอลิมปิคครั้งก่อนๆ จำได้เลาๆ ว่ามี Whitney Houston เป็นคนร้อง พอคิดได้แล้ว ก็ค่อยๆ เปล่งเสียงงร้องอย่างแผ่วเบาออกมา "To be number one, running like the wind" เฮ้ย!!! ไม่ใช่นี่นา นี่มันไม่ใช่เพลงโอลิมปิค นี่มันเป็นเพลงฟุตบอลโลกต่างหาก

งั้นขอตัดภาพไปที่ฟุตบอลโลกที่อิตาลี่ปี 1990 เพลง To be Number One เวอร์ชั่นแรกที่ได้ยิน (กรุณาคิดไว้เสมอว่า To be number one คือเพลงบอลโลกนะคะ) คือเวอร์ชั่นที่ร้องด้วยภาษาอิตาลี่ ฟังไม่รู้เรื่องเลย แต่ว่าฟังบ่อยมาก เพราะสมัยใส่เสื้อคอซองตอนนั้นนิยมซื้อเทปเพลงสากลม้วนละ 29 บาทมาฟัง ถ้าใครจำได้มันมีแต่เพลงเพราะๆ ฮิตๆ นะคะคุณ อาทิ I never gonna dance again, Sealed with a kiss, When we make a home, The one you love, Handy man, อู้ยยยย มีอีกเยอะ พรรณนาไม่จบไม่สิ้น แล้วตอนนั้นร้อยทั้งร้อย ต้องมีเพลงกีฬาเพราะๆ รวมอยู่ อย่างเพลง To be Number One เพลงนี้ ทั้ง English & Italian Version แล้วจะไม่ให้ติดหูติดปากอย่างไรไหว ที่สำคัญ ฟุตบอลโลกปีนั้น เยอรมันทีมรัก ได้แชมป์ฟุตบอลโลกซะด้วย ... คลิปนี้เป็น Version อิตาลี่นะคะ หาเพลงอังกฤษไม่เจอซะงั้น ไว้หาใหม่วันหลัง

       

To be Number One (Official Song Of Fifa World Cup Italy 90)

This is what we've worked for all our lives
Reaching for the highest goal we can
We choose to give it all
When competition calls
Time records the victory in our hearts

To win or lose is not the only thing
It's all in how we play for the fairest game
This is the chance we take
Reaching for the top
Time records the victory in our hearts

To be number one...
Running like the wind (Like the wind)
Playing hard but always playing fair (Oh yeah...)
To be number one...
Winning again and again
Reaching higher through Italian sky (Through Italian sky)

This is what we've wanted all our lives
Shining like a shooting star at night
We've got to give it all
When we hear the call
Time records the victory in our hearts

To be number one...
To be number one...number one...


วกกลับมาที่โอลิมปิคกันต่อ คุณฮูสตันอย่าเพิ่งงอนนะคะ มาแล้วค่ะ เพลงของคุณ One Moment in Time เพลงที่ทางอเมริกาแต่งมาเพื่อใช้ในโอลิมปิคที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เพลงนี้จะฟังกี่รอบ กี่รอบ ขนแขนนนนน (ก็) สแตนด์อัพ (กรุณาร้องเป็นเพลงลูกทุ่ง) เนื้อเพลงมันช่างยิ่งใหญ่ ยิ่งได้เสียงร้องที่ทรงพลังของเจ้าแม่เพลงป๊อปสมัยนั้น ไม่รู้จะเทิดทูนว่าอะไร เอาคลิปที่วิทนี่ย์ร้องแบบ Live Version บนเวทีแกรมมี่ไปฟังกัน มันไม่ใสกิ๊งเท่าฟังจาก CD หรอก แต่ฟังแล้วคุ้มค่าเวลาโหลดแน่ๆ

      

One Moment in Time (1988 Seoul Olympics)

Each day I live
I want to be a day to give the best of me
I'm only one, but not alone
My finest day is yet unknown
I broke my heart for every gain
To taste the sweet, I faced the pain
I rise and fall,
Yet through it all this much remains

I want one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams
Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel, I will feel eternity

I've lived to be the very best
I want it all, no time for less
I've laid the plans
Now lay the chance here in my hands

Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams
Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will feel, I will feel eternity

You're a winner for a lifetime
If you seize that one moment in time
Make it shine

Give me one moment in time
When I'm more than I thought I could be
When all of my dreams
Are a heart beat away
And the answers are all up to me
Give me one moment in time
When I'm racing with destiny
Then in that one moment of time
I will be, I will be, I will be free

I will be, I will be free


เพลงโอลิมปิคที่โซลยังมีอีกเพลง ฟังแล้วรู้สึกอยากจับมือกับคนข้างๆ (พอๆกับเพลงสามัคคีชุมนุม) ชื่อเพลง Hand in Hand เพลงนี้พิเศษกว่าเพลงแรก เพราะเป็นเพลงอย่างเป็นทางการของทางเกาหลี (ดูจาก wikipedia เพลง one moment in time ไม่ใช่ธีมหลักของโอลิมปิคโซลนะ) เพลงนี้ดังมาก ฮิตระเบิดระเบ้อ เอาคลิปในพิธีเปิดที่โซลมาให้ดู แม้เพลงที่ร้องจะเป็นภาษาเกาหลี แต่มีเนื้อเพลงอังกฤษให้ร้องตามทำนองได้ไม่ยาก ไม่เชื่อลองดู

   

Hand in Hand (1988 Seoul Olympics)

I see the fire in the sky
We feel the beating of our hearts together
This our time to rise above
We know the chance is here to live forever
For all time

Hand in hand we stand
All across the land
We can make this world a better place in which to live
Hand in hand we can
Start to understand
Breaking down the walls that come between us for all time

Everytime we give it all
We feel the flame eternally inside us
Lift our hands up to the sky
The morning calm helps us to live in harmony
For all time

เพลงต่อมา เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะความโด่งดังสุดขีดของตำนานรักเรือล่ม ไททานิค ทำให้ Celine Dion นักร้องชาวแคนาเดี้ยน ได้มาร้องเพลงธีมโอลิมปิคที่แอตแลนต้า (ใช่หรือเปล่าหว่า เรื่องนี้เดาเองไม่ได้หาข้อมูลนะคะ) ชื่อเพลง The Power of the Dream แต่งโดยนักแต่งเพลงมือฉกาจของยุคนั้น คือ David Foster & Babyface และผลที่ออกมามันคือ ... สุดยอด!

    

The Power of the Dream ( 1996 Atlanta Olympics)

Deep within each heart
There lies a magic spark
That lights the fire of our imagination
And since the dawn of man
The strenght of just "I can"
Has brought together people of all nations

There’s nothing ordinary
In the living of each day
There’s a special part
Every one of us will play

Feel the flame forever burn
Teaching lessons we must learn
To bring us closer to the power of the dream
As the world gives us its best
To stand apart from all the rest
It is the power of the dream that brings us here

Your mind will take you far
The rest is just pure heart
You’ll find your fate is all your own creation
Every boy and girl
As they come into this world
They bring the gift of hope and inspiration

Feel the flame forever burn
Teaching lessons we must learn
To bring us closer to the power of the dream
The world unites in hope and peace
We pray that it will always be
It is the power of the dream that brings us here

There’s so much strength in all of us
Every woman child and man
It’s the moment that you think you can’t
You’ll discover that you can

Feel the flame forever burn
Teaching lessons we must learn
To bring us closer to the power of the dream
The world unites in hope and peace
We pray that it will always be
It is the power of the dream that brings us here

Feel the flame forever burn
Teaching lessons we must learn
To bring us closer to the power of the dream
The world unites in hope and peace
We pray that it will always be
It is the power of the dream that brings us

The power of the dream
The faith in things unseen
The courage to embrace your fear
No matter where you are
To reach for your own star
To realize the power of the dream
To realize the power of the dream

แล้วก็มาถึงบทเพลงสุดท้าย เพลงนี้มาแรงแซงทางโค้ง แอ่น แอน แอ๊นนนนน ...
Rearch for the Star เพลงที่ใช้ร้องในวันปิดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ (เพลงธีมจริงๆ คือ เพลงมิตรภาพไร้พรมแดน ของพี่แอ๊ด คาราบาว) ขับร้องโดยสาวมั่น ทาทา ยัง เนื้อเพลงไม่ธรรมดานะเออ Brave the wind, moves the mountains We can do it, yes! we can กันเลย ... จะหาว่าอคติก็ได้ แต่เพลงนี้มันเพราะดีอ่ะ นี่ถ้าเปลี่ยนจากทาทาเป็น Celine หรือ Whitney  โหย ไม่อยากจะคิด สองซือเจ๊นี้ต้องแหกปาก (อุ้ย ไม่สุภาพ เอาใหม่) ต้องกู่ก้องร้องตะโกนชนิดที่ยืนอยู่บนปางอุ๋งยังได้ยิน (แน่ะ ว่าแต่เขา เราก็ร้องเพลงเสียงดังเหมือนกัน)

  

Reach for the Stars (1998 Bangkok Asian Games)

From the day we're born in the wide world
We are born with missions to keep
There are calls, from voices in despair,
to love, to share, to give

From the sea, the hills and the cities,
Smiling faces, best of the best
Listen to the calls, here we are standing tall,
To love, to share, to give

Reach for the star
Fly high as we can
Brave the wind, move the mountain
We can do it, yes, we can,
Reach for the star,
Ride the clouds and the rainbow,
Dreams to borrow,
Dreams ... to inspire

From the sea, the hills and the cities
Marching in together with pride,
There's more to the game, its victory unclaimed,
For someone who dares to try

We finally found no matter win or lose,
Silver, gold or bronze or not at all
The joy we share will always linger in our hearts
Let's make a vow, before we start

Reach for the star
Fly high as we can
Brave the wind, move the mountain
We can do it, yes, we can,

Reach for the star,
Ride the clouds and the rainbow,
Dreams to borrow,
Dreams ... to inspire

Reach for the star,
We're asian friends
Reach for the star!

โอ้ย ฟังเพลงกระตุ้นความฮึกเหิมกันมาหลายเพลงแล้ว พอดีกว่า ฟังมากๆ เริ่มเหนื่อยนะเนี่ย

August 23

เทนนิสโอลิมปิค

เพลินกันมาเกือบเดือน ในที่สุดโอลิมปิคปักกิ่งเกมส์ ก็จะปิดฉากพรุ่งนี้แล้ว แส๊นนนน เสียดาย อาทิตย์หน้าไม่มีกีฬา ไม่รู้จะเปิดทีวีดูอะไร สงสัยจะได้กลับไปติดละครซะแล้ว

โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ ... แต่ยังมีบางกีฬาที่ไม่จบ จันทร์ที่ 25 นี้ จะมีแข่งขัน US Open เทนนิสแกรนด์สแลมรายการสุดท้ายของปี แข่งทั้งนักเทนนิสชายและหญิง ซึ่งปีนี้ตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะหานักเทนนิสหญิงที่จะเชียร์ได้แล้วค่ะ วะฮะฮ่า

จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มดูเทนนิสครั้งแรกตอนไหน จำความได้ก็ชอบ "สเต๊ฟฟี่ กร๊าฟ" นักเทนนิสเยอรมันตะวันตกเอามากๆ พอเส้นชีวิตการเล่นเทนนิสของกร๊าฟค่อยๆ ดาวน์ลงมา เราก็ค่อยๆ เลิกดูเทนนิสหญิงไปโดยปริยาย แม้ว่าจะคอยติดตามข่าวคราวบ้าง ก็ไม่ได้ตามเชียร์ตามลุ้นเหมือนแต่ก่อน อาจจะมีตามเชียร์คิม ไคลส์เจอร์ กับจัสติน เอแนง นักเทนนิสชาวเบลเยี่ยมบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดตามผลงาน หนึ่งเพราะไม่รู้จะเลือกเชียร์ใครดี สองคือไม่ค่อยอยากดู ... พอไม่มี Passion มันก็เลยไม่มี Action น่ะซิ๊

 กร๊าฟและลูกชาย

โอลิมปิคปีนี้ ขอยกความดีให้กับช่อง 11 หรือเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า NBT (จะเปลี่ยนชื่อทำตัวเป็นฝรั่งทำไมเนี่ย) อุตส่าห์ถ่ายทอดเทนนิสหญิงรอบรองชนะเลิศ คู่ของ ดิยาร่า ซาฟินน่า กับ หลี่ นา และคู่ชิงชนะเลิศระหว่าง ดิยาร่า ซาฟินน่า กับ เอลาน่า ดิเม็นเทียว่า

คู่แรก รอบรอง เชียร์ ซาฟินน่า สุดใจ เหตุผลแรกเพราะหนูคนนี้เธอเป็นน้องสาวของ มารัส ซาฟิน นักเทนนิสรัสเซียสุดเท่ เชียร์มานานแล้วคนนี้ ..

  
เอ้อ แล้วทำไมมันคนละนามสกุลกันหว่า ซาฟิน - ซาฟินน่า สงสัยแล้วก็เข้าพันทิพ ได้ความว่า

รัสเซีย หรือพวกเชก จะเติม A ให้กับเพศหญิงครับ เช่น
พ่อของ ชาราโปว่า ชื่อ ชาราปอฟ (Sharapova / Sharapov)
เดเมนทีเยว่า ถ้าเป็นพ่อ หรือน้องชาย จะชื่อ เดเมนทิเยฟ (Dementieva / Dementiev)
ถ้ามาแนว Sky (สกี้) จะกลายเป็น skaya เช่น Karanovsky / Karanovskaya
จากคุณ : Ahura

เหตุผลที่สอง เพราะเสียงเชียร์เธอในคอร์ทวันนั้นเป็นรองสาวจีนเจ้าภาพอยู่หลายขุม .. โอ้ยย มวยรอง ชอบนักล่ะ .. และในที่สุดซาฟินน่าก็เอาชนะสาวหมวย ทำให้เสียงเชียร์อันกึกก้องแผ่วเบา กลายเป็นควันจางหายอย่างนุ่นนวลและเงียบกริบ กริบ กริ.. ก.. ...

วันรุ่งขึ้น เป็นรอบชิงชนะเลิศ ซาฟินน่า เจ้าเก่าคนเดิม เข้ามาชิงเหรียญทองกับ สาวรัสเซียรุ่นพี่ ก่อนแข่งเราก็เชียร์ซาฟินน่าเหมือนเดิม เพราะอินมาจากวันก่อน แต่พอมาดูประวัติของ ดิเม็นเทียว่า แล้วก็เริ่มโลเลแหะ .. เอลาน่า ดิเม็นเทียว่า เธอเคยได้เหรียญเงินโอลิมปิคซิดนี่ย์ 8 ปีก่อนมาแล้ว ครั้งนั้นเธอแพ้วีนัส วิลเลี่ยมส์ แต่ครั้งนี้เธอเอาชนะเซเรน่า วิลเลี่ยมส์ ในรอบก่อนรองชนะเลิศมาได้ 1-2 เซ็ท แหม อุตส่าห์ชนะวิลเลี่ยมส์มาได้ (แม้จะคนละคนก็เหอะ) ถ้าครั้งนี้เธอได้เหรียญเงินอีกสมัย มันจะใจร้ายไปมั้ย

 

แข่งเซ็ทแรก ดูไปมึนไป น้องๆเล่นอะไรกันคะ เสิร์ฟเสีย เสิร์ฟติด เสิร์ฟออก ให้อีกฝ่ายเบรคเกมเสิร์ฟได้ มันเสิร์ฟห่วยกันแบบนี้แล้วติด Top10 ของโลกได้ไงล่ะนี่ ซาฟินน่า ยังพอจะเสิร์ฟดีบ้าง พอมีลูกเอซ ลูกหนัก เซ็ทแรกเธอเลยเอาชนะไปได้สบายๆ มาถึงตอนนี้ย้ายข้างไปเชียร์ ดิเม็นเทียว่า เรียบร้อย เฮ้ยน้อง เข้ามาถึงรอบนี้แล้วเล่นดีๆ หน่อยจิ ไม่เอารองแชมป์แล้วเน้อ

ดิเม็นเทียว่า สาววัย 26 ปีรายนี้ เธอเคยเข้าชิง French Open และ US Open ในปี 2004 แต่ลูกเสิร์ฟที่ไว้ใจไม่ได้ เธอก็เลยไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ซักที

เหมือนจะได้ยินเสียงบ่น เซ็ทที่สองกับสาม ดิเม็นเทียว่า เธอเลยใช้โฟร์แฮนด์วางลูกทั้งซ้ายขวา ให้ ซาฟินน่า วิ่งตาม พอ ซาฟินน่า เริ่มเสียหลายแต้มเธอก็เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ กลับมาแพ้ไปทั้ง 2 เซ็ท เสียดายแทนน้องเด็กซาฟินน่าเหมือนกัน แต่เธออายุยังน้อย โอลิมปิคคราวหน้ามาใหม่ยังไม่สาย ส่วน ดิเม็นเทียว่า ได้ใจไปเต็มๆ รู้แล้วล่ะว่าทำไมคนที่จุดอ่อนคือลูกเสิร์ฟอย่างเธอถึงเข้าถึงรอบชิง และขึ้นมาถึงมืออันดับ 5 ของโลกได้ ตีได้สนุกจริง

 

ผลจากโอลิมปิคคราวนี้ ก็เลยตัดสินใจแล้วว่าจะจับปลาสองมือ เชียร์ 2 สาวรัสเซียคู่นี้นี่แหล่ะ คนแรกคือ ดิเม็นเทียว่า อยากลุ้นให้ได้เป็นมืออันดับ 1 ซักครั้ง (สูงสุดเธอเคยอยู่ที่อันดับ 4) แล้วก็เชียร์ ซาฟินน่า ด้วย เล่นดุดันแบบนี้ดีแล้ว แต่ต้องหัดคุมอารมณ์นิดนึง ปีหน้าเอาแชมป์แกรนด์สแลมไปซักรายการเลย เอ๊ะ หรือจะเอาปีนี้เลยดี

  สองอารมณ์ของคู่ชิงชนะเลิศ

  สามสาวรัสเซียเหมาทั้งเหรียญทอง เงิน ทองแดง

  หนุ่มๆ ชายเดี่ยว อ้าว เฟดของชั้นไปไหน  

  อ๋อ ได้ทองชายคู่ แหม ท่าดีใจแบบนี้นี่มัน เง้อ

 สองพี่น้องวิลเลี่ยมส์ คว้าเหรียญทองหญิงคู่



ปิดท้ายด้วยสองสาวมืออันดับ 1 ของโลก อนา อิวาโนวิค กับสาวรัสเซีย มาเรีย ชาราโปว่า มืออันดับ 6 สองสาวไม่ได้แข่งโอลิมปิคเพราะเจ็บ แต่เห็นแต่งตัวกันเรียบร้อยเชียว เลยเอารูปมาลง

 

August 14

มาฟังเพลงกัน - ไม่มีคำว่าไกล

เพิ่งมาระลึกได้ว่าไม่ค่อยได้อัพเดทสเปซเลย
ก็เลยเอาเพลงมาให้ฟังกันพลางๆ ก่อน
ส่วนชื่อนักร้อง ลองเดาดู

  

ไม่มีคำว่าไกล

คำร้อง/ทำนอง เทพนม สุวรรณะบุณย์
เรียบเรียงฯ วินัย ไตรนทีภักดี

ถึงเราจะห่างไกลกันตั้งสุดฟ้า
ไม่ได้สบตาคุยกันเหมือนเช่นเคย
ถึงมันจะเหงาทำเอาร้องไห้เลย
แต่ก็ไม่เคยเหนื่อยใจที่รักเธอ

ถึงจะต้องเดินคนเดียวนับจากนี้
หนทางจะมีปัญหานับร้อยพัน
ด้วยแรงแห่งรัก แรงใจที่ให้กัน
ไม่มีสักครั้ง จะทำให้หวั่นไหว

รักกัน ไม่มีคำว่าไกล
ไม่มีคำว่าหัวใจ จะส่งไปไม่ถึง
ทุกวันทุกเวลาแม้สักนาทีหนึ่ง
ไม่เคยมีวันไหน ที่ใจ ไม่อยู่ใกล้ๆ กัน

ได้ยินแต่เสียงมีเพียงแค่ข้อความ
ที่คอยไถ่ถามสุขทุกข์ก็ดีใจ
ถึงจะต้องเดินบนทางอันแสนไกล
แต่ว่าอยู่ไหน อุ่นใจเพราะมีเธอ

ไม่มีสักครั้งที่ใจไม่มีเธอ




July 16

sick series

ป่วยไปเกือบ 7 วัน ทั้งไอ ทั้งเจ็บคอ ทั้งตัวร้อน
ฉีดยาไป 1 เข็ม พอใกล้จะหาย ก็ไปตากแดด ไข้กลับอีก อ้วกไป 2 คำรบ
ตอนนี้ตัวไม่ร้อนและ แต่ยังไม่ค่อยหาย สิ่งที่หายคือเสียง เสียงมันแหบห่ะ
ก่อนหน้าก็เสียงหวานอยู่ พอเสียงแหบนี่ .... น่าเกลียดเลย

ไวรัสจ๋า วันหลังอย่านัดมาพร้อมๆ กันนะจ๊ะ
เหนื่อยยยยย